...วันที่รอ...

posted on 13 Dec 2011 22:46 by wejk95
เปิดเทอมสักที...หลังจากหยุดยาวมานาน นานจนเกินไป
ตอนใกล้ถึงมหาลัย ทั้งตื่นเต้น ทั้งรู้สึกดี
อย่างน้อยก็ได้เจอเพื่อน อย่างน้อยก็ได้ไปอยู่ในคณะ ที่ๆ ตัวเองรู้สึกสบายใจ 
 
และสิ่งสุดท้าย ... ของขวัญที่ทำด้วยใจ มันถึงเวลาที่จะเดินทางไปสู่มือเจ้าของที่แท้จริงสักที
 
หัวใจมันเต้นรัวไม่หยุดบนรถเมล์ ยิ่งใกล้มหาลัยมากเท่าไร หัวใจก็เต้นแรงมากเท่านั้น
ตลอดทางก็ได้แต่คิดมาก คิดไปคิดมา
พี่เค้าจะรับของๆ เราหรือเปล่านะ
ต้องรับสิ มันเป็นแค่ของขวัญวันเกิดเอง
เค้าจะคิดมากหรือเปล่านะ
เค้าจะมองเรายังไงนะ มองเราเป็นผู้หญิงใจง่ายที่เอาแต่ตามหลังผู้ชายต้อยๆ หรือเปล่า
เค้าจะชอบมั้ยนะ เค้าจะรู้สึกยังไงนะ
หรือเค้าอาจจะไม่ยอมรับ บอกเราว่าไม่เอา
ถ้าเค้าไม่รับเราจะพูดว่าอะไรนะ ร้องไห้วิ่งหนีเล่นเอ็มวีดีมั้ย
 
คิดบ้าคิดบอ คิดไปเรื่อยๆ คิดจนถึงมหาลัย ก็ยังคิดอะไรบ้าบอไม่ยอมหยุด 
ยิ่งคิดก็ยิ่งมีแต่เรื่องแย่ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะร้องไห้ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่กล้า...
 
พอเข้ามหาลัยก็มองซ้ายมองขวา หาพี่เค้าไม่เจอ
กว่าพี่เค้าจะเข้ามาในคณะ อาการแปลกๆ ในใจก็โดนเพื่อนขจัดทิ้งไปหมดแล้ว
เห็นพี่เค้าอยู่คนเดียว ก็เลยชักกล้า
หยิบของ สูดหายใจลึกๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้
 
เรา // ยื่นของให้
พี่ // ทำหน้างงๆ
เรา // ไม่พูดไม่จา ยื่นแล้วมองหน้านิ่งๆ
พี่ : อะไรอ๊ะ????
เรา : สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังค่ะ!!
พี่ : โหย...
เรา // ไม่พูดอะไร พอเค้าหยิบของไปเราก็หันหลังแล้วเดินกลับมา
 
แล้วหลังจากนั้นก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย...
 
สารภาพเลยนะว่ารอวันนี้มานานมาก รอและคิดสะระตะไปมาก ว่าเหตุการณ์จะเป็นยังไง
จะให้พี่เค้าตอนไหนนะ แล้วเค้าจะตอบเราว่าอะไรนะ
จะพูดว่า ขอบคุณ หรือว่า จะบอกว่า เห้ย ปีหน้าไม่ต้องให้ก็ได้
หรือจะพูดว่า หือ? หรือจะแค่ยิ้ม
หรือจะพูดคุยกันต่อ หรือ....
 
ฟุ้งซ่านเนอะ
 
ไม่ใช่แค่ฟุ้งซ่าน มันป้อดด้วยต่างหาก
ตอนนั้นถ้ายอมใจแข็ง ยืนมองพี่เค้าอีกสักระยะเค้าจะพูดอะไรหรือเปล่านะ
จะขอบคุณ จะยิ้มให้ จะเขิน หรือจะอะไรนะ
แต่ก็ไม่กล้า แค่พี่เค้าหยิบของไป ขาก็สั่งให้หันหลังกลับมาแล้ว
พอมาตอนนี้ก็ได้แต่เศร้า ได้แต่สงสัยว่าเขาจะคิดยังไง
เกลียดตัวเองชะมัด
 
อยากรู้...ว่าของทำมือชิ้นหนึ่ง มันจะสื่อความตั้งใจได้แค่ไหนนะ
มันจะบอกคนรับได้มั้ยนะ ว่าคนทำเจ็บมือแค่ไหนตอนเจาะกระดาษ
มันจะบอกคนรับได้หรือเปล่า ว่าคนทำทำเข็มจิ้มนิ้วตัวเองไปตั้งหลายรูตอนเย็บเชือก
มันจะบอกคนรับได้มั้ย ว่าคนทำ เดินตระเวณหาการ์ดอวยพรให้ทั้งห้างจนขาแทบลาก
มันจะบอกคนรับได้หรือเปล่า ว่ากว่าสมุดทำมือเล่มนั้นมันจะเกิดขึ้นมา...คนทำเหนื่อยและท้อแค่ไหน
 
เพราะเอาแต่คิดว่าเค้าจะรำคาญหรือเปล่า เอาแต่คิดว่ามันเยอะไปมั้ย ในฐานนะน้องสาวกัน
เค้าจะรู้มั้ยนะว่าคนทำ ใช้ความกล้ามากแค่ไหน ตอนที่เดินไปยื่นของให้
เค้าจะรู้หรือเปล่า ว่าคนทำ รอ วันที่จะยื่นของให้มานานขนาดไหน
 
บ้าชะมัด ทำไมถึงคิดมากขนาดนี้นะ 
เป็นครั้งแรกที่ลงมือลงแรงทำของสักชิ้นให้ผู้ชายด้วยหัวใจ
 
แล้วของชิ้นนี้ มันจะสื่อ ความในใจได้มากแค่ไหน
 
หรือบางทีมันอาจจะไม่เคยสื่ออะไรได้เลย เพราะคนรับไม่ได้คิดจะรับมันกัน...
 
เราไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกนะ :) คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร
มันแค่เฟลนิดหน่อย
 
พรุ่งนี้ น่าจะยิ้มได้แล้ว
น่าจะยิ้มได้แล้วล่ะ....

hope ,,,

posted on 18 Nov 2011 17:03 by wejk95
. . . ในวันนี้เนื่องจากคุรแม่ใจดี อนุญาติให้เอารถคันเก่าที่ไม่ได้ขับมานานออกไปเปิดหุเปิดตาใกล้ๆบ้านเพราะน้ำที่
 
เอ่ออยู่หลายวันลดลงแล้ว เป็นรถคันโปรดของแม่ที่ตอนนี้ก็ยังใช้การอยู่แม้จะไม่ได้ดีอย่างรถรุ่นใหม่ๆแต่น่าแปลก
 
ตรงที่แม่ไม่เคยคิดเปลี่ยนรถเลยสักครั้ง  ไม่เคนแม้แต่จะอยากได้รถใหม่ ไม่เคยแม้แต่บอกว่ามันไม่ดี  รถเก่าของแม่
 
มีชื่อน่ารัก มันชื่อ พี่ซัน  วึ่งมาจากยี่ห้อ นิสสัน ซันนี่  แม่เล่าว่า พี่ซันเป็นรถคันแรกของชีวิต
 
เป็นรถคันแรกที่แม่ขับไปสมัครงาน
 
เป็นรถคันแรกที่แม่ขับพาคุรตาคุรยายไปเที่ยว
 
เป็นรถคันแรกที่พ่อขับไปรับเราออกจากดรงพยาบาล นอกจากนั้นยังเป็นรถคันแรกของน้องๆเราด้วย
 
พี่ซันเป็นสิ่งแรกๆของแม่ เราเเคยถามแม่ว่า ทำไมแม่ไม่เปลี่ยนรถสะที พี่ซันเก่ามากแล้วนะ
 
คำตอบทุกครั้งของแม่ คือ ไม่เปลี่ยนหรอก แม่กับพี่ซันรู้ใจกัน เปลี่ยนคันใหม่ไม่รู้จะรุ้ใจอย่างพี่ซันมั๊ย
 
จนต่อมาไม่มีใครในบ้านอยากให้แม่เปลี่ยนรถ พี่ซันเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว แม้ในบางวัน
 
พี่ซันจะอยู่บ้านเฉยๆ  เพราะไปไหนไม่ไหว หรือบางทีต้องไปให้หมอ(อู่ซ่อมรถ)ดูเป็นอาทิตย์ เพราะอาการนู้นนี่
 
แทรกซ้อนกันไปหมด  วันนี้เราได้ขับพี่ซันแม้จะขับไปแค่ปากซอยเราก้รับรุ้ได้ถึงความอบอุ่นภายในรถ 
 
อาจเป็นเพราะเคยชิน  อาจเป็นเพราะอะไรหลายอย่าง  แต่ไม่ว่าเพราะอะไรเราเริ่มเข้าใจแล้วหล่ะว่าทำไม
 
แม่ถึงไม่ยอมเปลี่ยนรถ  ... คงเพราะ ผูกผัน *
 
หลังจากขับรถเล่นวนไปวนมา เรากลับบ้านมาถามแม่ว่า แม่ แม่รักพี่ซันมากมั๊ย 
 
แม่เงียบ แล้วตอบว่า ไม่รุ้สิ ไม่รู้เหมือนกันว่ามากมั๊ยมันคงเลยความรุ้สึกแบบนั้นมาแล้วหล่ะมั้ง
 
เราถามต่อแล้วกับพ่อหล่ะมันเลยความรุ้สึกนั้นมาแล้วรึยัง
 
แม่ยิ้มแล้วตอบว่าเลยมานานมากแล้ว ...แล้วแม่ก็พุดว่าไม่มีใครหยุดอยู่กับที่หรือเดินย้อนกลับมาที่เดิมหรอกลูก
 
เรารุ้ดีว่าแม่หมายถึงอะไร แม่คงหมายถึงเราและเค้า แม่บอกเราเสมอว่าทุกคนล้วนมีเหตุผล
 
และทางเดินของตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือยอมรับเหตุผลและสิ่งที่อีกฝ่ายเลือก 
 
นอกจากนั้นคือ เราต้องก้าวเดินต่อไปและทำในสิ่งที่เราเลือกให้ดีที่สุดเช่นกัน 
 
มาถึงตอนนี้ เราต้องยอมรับว่าเมื่อวานนี้ที่ได้ไปเจอเพื่อนสนิทในขณะที่เรากำลังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น 
 
กับความรู้สึกของเรายอย่างเป็นปกติ ยังยิ้มแย้มและร่าเริมอย่างที่เป็นมาเสมอ แต่พอถึงบ้านเข้าห้องนอน
 
เข้าไปสุ่ในโลกของตัวเอง เราปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำตาเรายังไหลตอนก่อนจะหลับ เรื่องราวต่างๆยังวนเวียนอยุ่ใน
 
ความคิด อยู่ในหัวใจ เค้าคนนั้นไม่หายไปไหน ไม่เจือจางลงไปตามกาลเวลา เรายังรักและคิดถึงเค้าเหมือน
 
วันที่เคยมีกันเสมอ แต่วันนี้ เราตัดสินใจเล้ว เราตัดสินใจแล้วว่าเราจะเลิกรอ*
 
เลิกรอวันที่เค้าจะกลับมา
 
เลิกรอวันที่เค้าจะกลับมาเป็นอย่างเดิม
 
เลิกรออยู่ในที่เดิมของเราและเค้า
 
เลิกรอกับสิ่งที่เค้าตัดสินใจไปแล้ว
 
 
แต่เลิกรอ . . . . ไม่ได้หมายความว่าเลิกรัก 
 
 
เราจะยังรักเค้าเสมอ 
 
เราจะยังคิดถึงเค้าเสมอ
 
เราจะยังรักและเข้าใจที่เค้าเป็นเค้าเสมอ
 
เราจะยังคิดถึงเรื่องราวระหว่างกันเสมอ
 
เราจะยังรักในความโรแมนติกของเค้าถึงแม้ว่าจะเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกแต่เรายังจดจำและรับรุ้ถึงมันเสมอ
 
เราจะยังคิดถึงผุ้ชายแสนดีของเราแม้ว่าเค้าอาจเคยทำให้เราเสียใจแต่เราก็ยังอยากจะอยู่ข้างๆเค้าเสมอ
 
 
 
เราจะเดินไปข้างหน้าบนเส้นทางของเรา จะเดินอย่างระแวดระวังและทำอย่างดีที่สุด 
 
เราจะก้าวต่อไปอย่างร่าเริงและสดใสอย่างที่เคยเป็นมา มีคนเคยบอกว่ารอยยิ้มเป็นเสน่ห์ของเรา
 
เราจะยิ้มรับทั้งความสุข และทุกข์ที่กำลังจะผ่านเข้ามาแม้ไม่มีเธออยุ่ข้างๆ เพราะเธอเคยบอกเอาไว้
 
เวลาเรายิ้มแล้วเหมือนอะไรที่มันหนักๆก็หายไป  เราจะยิ้มบ่อยๆ และคอยเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ
 
ทุกครั้งที่เรายิ้ม เราจะยิ้มให้ตัวเองแล้วนึกว่าเธอกำลังมองเราอยู่ 
 
 
ได้แต่หวังว่าสักวันเธอจะมองยิ้มของเราอีกครั้ง
 
ได้แต่หวังว่าสักวันเราจะยิ้มไปด้วยกันอีกครั้ง
 
ได้แต่หวังว่าสักวันทางของเธอกับทางของเราจะมาบรรจบกันอีกครั้ง
 
ได้แต่หวังว่าสักวันเราจะเดินมาเจอกัน
 
ได้แต่หวังว่าสักวันเราจะเดินไปด้วยกันอีกครั้ง .. . . และหวังว่าวันนั้นจะไม่มีทางแยกของเราอีก
 
 
 
. . ..  " ไม่มีใครเดินย้อนกลับมาที่เก่า และไม่มีใครยืนรอตรงที่เดิมได้ตลอดหรอกนะลูกเราต่างต้องเดินไปข้างหน้า  เดินไปเพื่อพบกันอีกครั้ง และเมื่อเราพบกันถึงวันนั้นเราก็จะพร้อมเดินร่วมทางไปด้วยกันอีกครั้ง "
 
 
แม่มีพี่ซันเป็นรถคันแรก แล้วแม่มีพ่อเป็นแฟนคนแรกด้วยมั๊ย ?
 
อื้ม พ่อกับพี่ซันเป็นสิ่งแรกสำหรับแม่ พี่ซันเป็นรถรู้ใจ ส่วนพ่อเป็นคนรู้ใจ ที่ไม่รู้ว่ารักมากมั๊ย รู้เพียงแต่ ยังไม่เคยรู้สึกกับใครหรืออะไรได้มากเท่านี้
 
 
,, ผิดมั๊ยถ้าอิจฉาแม่ตัวเอง . . . แล้วแบบนี้จะให้เราเชื่อได้ยังไงว่าความรักที่แท้นั่นไม่มีจริง 
 
ความรักที่รักเพียงคนเดียวนั้นไม่มี
 
ความรักที่ไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลไหนมาบอกกล่าว นอกจาก รัก   นั้นไม่มี
 
ในเมื่อเราถุกหล่อหลอมมาจากความรักเหล่านั้น 
 
 
 
... เราจะเดินไปข้างหน้าและทำในทุกวันให้ดีที่สุดเท่านี้ผุ้หญิงตัวเล็กคนนึงจะทำได้
 
เผื่อวันนั้นที่ทางของเรามารวมกัน เราจะได้เดินไปด้วยกันอีกครั้ง  ... เธอจะมีเค้าเสมอ ,, รักเธอนะ :)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
. . . . . ไม่รู้ว่าอีกนานไหม ....... แต่ฉันก็จะคอย *
 
 

...คาใจ...

posted on 17 Nov 2011 19:26 by wejk95

บางทีความบังเอิญก็ตลกดีเหมือนกัน เพราะคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน บทจะเจอก็เจอเอาดื้อๆ

วันนี้ได้เจอกับใครบางคนที่ไม่ได้เจอมานาน ถามว่านานขนาดไหน ก็น่าจะประมาณแปดปี (แม้ว่าเค้าจะบอกว่าน้อยกว่านั้น) แต่ว่าก็เคยติดต่อกันช่วงหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว แล้วถ้าให้ถามว่าเค้าคือใคร คงต้องบอกว่า

                เขา คือ คนที่เคยเข้ามา ล้อเล่น กับหัวใจเรา

ตอนนั้น ยอมรับว่าเราเด็กและเพ้อไปเอง ที่ยอมให้เค้าเข้ามาเล่นกับใจเรา เข้ามาทำให้เราหลง และสุดท้ายก็ไม่ใยดีหัวใจกัน และคงต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน แต่ตอนที่เลิกติดต่อกันมันก็เจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว

หลังจากนั้นแม้จะคุยกันบ้าง แต่มันก็น้อยลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนสุดท้ายก็แทบไม่ได้คุยกันเลย ได้คุยกันก็แค่วันสำคัญๆ ไม่ปีใหม่ ก็วันเกิด เพียงแค่นั้นเอง

เคยคิดว่าคงลืมเค้าไปแล้ว เพราะเรื่องราวก็ผ่านมานานแล้ว น่าจะลืมไปแล้ว

แต่วันนี้ตอนที่หันไปเห็นและคิดว่าเค้าน่าจะใช่คนนั้น หัวใจก็เต้นพิกลๆ ขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่ทักเพราะไม่แน่ใจ แต่มันก็ยังคาใจ จนสุดท้ายต้องโทรถาม แล้วพอรู้ว่าใช่ ความรู้สึกแรกในใจก็คือ อยากเจอสักครั้ง แต่พอเอ่ยปากเค้าก็อึกอัก เราเลยบอกว่าไม่เป็นไร

หลังจากวางโทรศัพท์ ก็ยังแอบชำเลืองไปที่ประตู คิดเล่นๆ ว่าเค้าอาจจะมาก็ได้ (บ้าจัง) แต่พอคุยกับเพื่อนไปสักพักก็ลืมเลือนไป ว่าเมื่อครู่นี้เจอกัน

และก็คงเป็นเพราะความบังเอิญที่เค้ายังคงเดินเล่นอยู่แถวนั้น และเราก็ยังเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นกับเพื่อน เราจึงได้เจอหน้ากัน เรายิ้มและเข้าไปทัก

แปลกใจเหมือนกัน ที่ตอนเจอหน้ากัน ใจไม่ยักจะเต้นพิกลเหมือนตอนที่คิดว่าใช่เขา แถมตอนที่คุยกันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรไปเป็นพิเศษ แล้วก็คุยกันเรื่อยเปื่อยไม่ได้คิดอะไร สุดท้ายเราก็คล้ายกับออกปากไล่กลายๆ ว่า ไปทำธุระเถอะ เค้าก็ยิ้มๆ คุยกับเราสักพักก่อนจะเดินจากไป

เพื่อนที่มากับเราก็ทักว่า

‘คนนี้น่ะหรอ น่ารักดีนะแก แต่ดูเค้าเขินๆ นะ’ เราเข้าใจสิ่งที่เพื่อนต้องการจะบอก เราเข้าใจดี แต่หัวใจไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แต่กลับคิดแค่สั้นๆ ว่า ‘แล้วไง?’

ใช่ มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เราลืมเค้าไปแล้วจริงๆ ไม่ได้คิดอะไรแล้ว แต่ตอนแรกที่เจอกัน ตอนที่คิดว่าจะได้เจอ หัวใจดันเต้นประหลาดๆ นั่นคงเหมือนกับความรู้สึกตอนที่ได้เจอกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน แค่นั้นเอง

ถามว่าติดใจอะไรมั้ย ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เพียงแต่คำพูดของเพื่อนคำหนึ่งที่ติดใจมาจนถึงที่บ้าน

                ‘ถ้ารักกันจริงๆ มันไม่มีทางลืมหรอก’

เราเคยยอมรับว่าชอบกับใครมาแล้วหลายคน และก็เคยยอมรับว่าลืมคนเหล่านั้นไป แม้ว่าจะใช้เวลานานในการลืม แต่ก็รู้ว่าหัวใจลืมเลือนความรู้สึกดีๆ ในหัวใจไป

หรือบางทีมันอาจจะไม่ใช่รัก? ครั้งหนึ่งที่เคยยอมรับว่า รัก ใครคนหนึ่ง ยอมรับว่ารัก และก็มารู้ทีหลังว่าช่วงนั้น เฮิร์ต มากแค่ไหน แต่สุดท้าย หัวใจก็ลืมเค้าไป

ไม่ได้ลืมแบบจำหน้ากันไม่ได้ และก็ไม่ใช่ว่าลืมจนจำความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้ เพียงแต่ว่าไม่รู้สึกเจ็บยามที่รู้ว่า คนๆ นั้นมีใครข้างกาย ไม่เจ็บแม้ว่าเค้าจะเมินกันก็ตาม

นี่เรียกว่าลืมหรือเปล่านะ?? หรือมันเรียกว่าความเคยชิน

                ‘ไม่ลืมหรอก แต่สักวันมันจะชิน’

หรือถ้ามันคือ การลืม จริงๆ แสดงว่าความรู้สึกตอนนั้น มันไม่ใช่ รัก อย่างนั้นหรอ??

                ‘บางทีเมื่อเจอใครบางคน ความรู้สึกเจ็บในตอนนี้ อาจจะกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลยก็ได้’

หรือว่าบางที มันอาจจะไม่ใช่ทั้งรัก มันอาจจะยังไม่ใช่ทั้งลืม และมันอาจจะยังไม่ใช่ความเคยชิน มันอาจจะเป็นอะไรที่ไม่ได้ลึกซึ้งเท่านี้ หรือมันอาจจะเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่าคำเหล่านี้

                ‘ไม่เคยมีใครที่ทำให้เราร้องไห้ ไม่เคยมีใครที่ทำให้เราอ้อนวอนได้ขนาดนี้’

คนๆ นั้นสำหรับเพื่อนเรามันคือ รัก จริงๆ เราเชื่ออย่างนั้น แต่เรายอมรับว่า เราไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้กับใครมาก่อน เคยร้องไห้เพราะใครบางคนก็จริง แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้หนักจนโทรม จนเพื่อนต้องทักว่า แกยังไหวหรือเปล่าวะ

บางทีช่วงเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่เราคิดว่า รัก มันอาจจะไม่ใช่ หรือว่าคำว่า รัก ของแต่ละคนมันจะต่างกัน?

อาจจะต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดมันคืออะไร หรือบางทีอาจจะต้องคิดเหมือนที่เพื่อนบอก ว่าคงต้องรอใครสักคนที่ใช่เข้ามาในหัวใจ จะได้เข้าใจว่าสิ่งที่ผ่านมาคืออะไร

หรือบางที คงต้องรอให้ รู้สึกถึงคำว่า รัก ถึงจะรู้ว่า สิ่งที่ผ่านมาคืออะไร

สุดท้าย ไม่ว่ายังไง ก็คงต้องรอ กว่าจะเข้าใจ ว่าที่ผ่านมาทั้งหมดคืออะไร...

และก็คงได้แต่หวังว่า สักวัน จะเข้าใจ มันสักที