...wakaranai...ไม่เข้าใจ...

posted on 04 May 2012 20:21 by wejk95

5 ปี เกือบจะ 6 ปีได้แล้วมั้ง กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ตอนนั้นเราก็อยู่สัก ม.4 วัยกำลังโต ไม่แปลกที่จะมีความรักกุ๊กกิ๊กๆ เหมือนอย่างใครๆ

แล้วก็ไม่แปลกเลยที่จะมี คนที่รู้สึกดีๆ จนถึงขั้นเป็นแฟน อยู่ด้วย

ไม่รู้ว่าตอนนั้นเราสองคนอยู่ในสถานะไหนกัน

เราบอกชอบเธอ เธอก็บอกชอบเรา

เราคุยกันทุกวัน เราพูดคำหวานๆ ราตรีสวัสดิ์กันทุกคืน เมสเสจหากันบ่อยๆ บางคราวเธอก็โทรมาปลุก โทรมาเอ่ยอรุณสวัสดิ์

แม้ไม่ได้เจอกัน แต่เสียงที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์โนเกียเครื่องเล็กๆ นั้น ก็มีมาทุกคืน

เราไม่เคยเรียกกันและกันว่า แฟน เราไม่เคยเอ่ยปากถามถึงสถานะระหว่างกัน เธอก็ไม่เคยเอ่ยปากบอกว่าเรา เป็นอะไรกัน

สถานะแบบนั้นมันดำเนินมาได้สักระยะ น่าจะถึงหกเดือนได้ แล้วก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เรื่องราวไม่ได้เลวร้าย แต่ความที่ยังเด็ก ไม่ประสีประสา เพียงแค่เรื่องเล็กๆ มันก็ลามปาม สุดท้าย เราสองคน ก็เลิกกัน

หลังเลิกกัน ไม่เจอหน้ากันพักใหญ่ แต่เพียงเวลาไม่นาน เธอก็มีคนใหม่ แม้เราจะเจ็บ เราจะเสียใจ แต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ เมื่อเราเป็นคนบอกเลิกเอง

ปีกว่าเกือบสองปี หัวใจที่เจ็บก็เริ่มไม่รู้สึกอะไร ความเจ็บเริ่มเลือนลาง ไม่ใช่ว่าลืม เพียงแค่หยุดคิดเท่านั้นเอง

หลังจากนั้นได้คุยกันบ้าง เล่นหัวกันบ้าง ราวกับไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างเราสองคน ทุกอย่างหมุนกลับไปที่จุดเดิม กลับไปที่ความเป็น เพื่อน

เราพอใจในสิ่งที่เกิดขึ้นดี แล้วรู้สึกดีใจมากที่ เราสองคนเป็นหนึ่งในไม่กี่คู่ ที่เลิกรากัน แต่สุดท้ายก็กลับมาคุยกัน เป็นเพื่อนกันได้สนิทใจเหมือนเดิม

ผ่านมาก็นานแล้ว เธอมีใครมากมายเข้ามาในชีวิต แฟนคนแล้วคนเล่าผ่านไป

เราอาจจะยังไม่มีใครนับจากเลิกกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มองคนอื่น หลายครั้งที่ปล่อยใจไปกับหนุ่มคนอื่น แต่เพราะไม่ใช่วาสนา ทุกอย่างเลยจบที่คำว่า พี่น้อง มาเสมอ

หลังจากนั้นปีกว่าเราก็มาเจอกันอีกครั้ง เพราะเรียนประถมที่เดียวกัน เลยมีมิตติ้งห้องขึ้นมา เราสองคนก็คุยกันเหมือนเดิม ยิ้มให้กัน เล่นหัวกัน ทุกอย่างอยู่ในระยะห่างของคำว่า เพื่อน ไม่มีการขยับเข้าหากันให้เจ็บปวดหรือคิดถึงเรื่องราวในอดีต เพราะตอนนั้นเธอก็มีใครข้างกาย และเราก็มีใครข้างใจ

ผ่านมาอีกหนึ่งปี เราเจอกันอีกครั้ง

หนึ่งปีที่ผ่านมาจากตอนนั้น เราเปลี่ยนไป เพราะเข้ามหา’ลัย เพราะเริ่มโตเป็นสาว เริ่มรู้จักแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม เราเปลี่ยนไปจากล่าสุดที่เจอกัน แม้จะไม่ได้สวยมากจนจับใจ แต่ก็กลายเป็นใครอีกคนที่เป็น ผู้หญิง กว่าเดิม

ตอนเจอหน้ากันก็ไม่มีเหตุอะไรที่แตกต่างไปจากครั้งก่อน เราคุยกัน เล่นกัน หยอกล้อกัน ทุกอย่างเหมือนเดิมจากเมื่อหนึ่งปีก่อน

แต่ตอนค่ำ ตอนทุกคนเล่นพูล เราไม่เล่นเพราะเสื้อคอลึกผสมกับเล่นไม่เป็น เลยนั่งเล่นกล้องเพื่อนไปตามประสา เธอเข้ามานั่งข้างๆ แล้วก็เอ่ยคำพูดขึ้นมาว่า ทำไมวันนี้น่ารักจัง

เรายอมรับว่าชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงที่ไม่ได้ยินนับจากเลิกกัน คำพูดและสำนวนที่ห่างหายไปไกลนับจากวันที่เราเอ่ยบอกลา ดังขึ้นมาข้างหู

แม้เราจะเอ่ยกลับไปด้วยการหยอกล้อ แล้วเธอก็หัวเราะแล้วเดินกลับไปเล่นพูลต่อ

เธอไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้คนที่นั่งอยู่สับสนมากขนาดไหน

ทำไมถึงลดระยะที่มีให้กันมาโดยตลอด ทำไมถึงเลือกใช้คำพูดที่ทำให้คิดถึงอดีต คำพูดที่เธอมักเอ่ยบ่อยๆ ยามคบกัน

มันวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัว มีแต่คำว่า ทำไม?

เรายอมรับว่าไม่ได้ลืม ไม่เคยลืมเรื่องดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นยามคบกัน แต่เราไม่ได้คิดอะไรอีกแล้ว

ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาทำให้คิด ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมานั่งแล้วพูดคำพูดแปลกๆ นี้ขึ้นมา

หรือเพราะเห็นเรานั่งกร่อย หรือเพราะเห็นเรานั่งคนเดียว หรือเพราะอะไร?

เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอก็ยังทำให้เราประหลาดใจ เมื่อทักเข้ามาในแชทเฟซบุค ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน

คุยเล่นกัน แล้วก็ยังย้ำคำเดิมว่า วันนี้น่ารัก ซะด้วย

เธอต้องการอะไรจากเรากันแน่ ...

สงสัย ไม่เข้าใจ สุดท้ายก็ต้องไปถาม เพื่อนผู้ชายที่สนิทกัน เพื่อนที่รู้เรื่องราวที่ผ่านมาของเรามาโดยตลอด เพื่อนที่ทุกครั้งที่เราไม่เข้าใจ มันมักจะให้คำตอบเราได้เสมอ

แต่คำตอบที่กลับมาก็ทำให้เรางง เข้าไปใหญ่

เค้าบอกว่า เค้าคุยกับเธอแล้ว เธอไม่มีทีท่าว่าจะมีอะไรพิเศษไปกว่าปกติ แถมยังปิดท้ายประโยคว่า ก็เป็นธรรมชาติของผู้ชายนี่

อืมมมม ถ้านี่เป็น ธรรมชาติของผู้ชาย เราก็ได้แต่ไม่เข้าใจ คงเพราะเราเป็นผู้หญิง จึงไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายชอบทำให้คิด ทั้งๆ ที่ไม่ได้คิดอะไร

หรือจริงๆ เธอก็ไม่ได้ทำอะไรที่แปลกไป แต่เพราะเราเป็น ผู้หญิง เราจึงคิดไปเอง

จนถึงตอนนี้ก็ไม่เข้าใจ แล้วก็คงได้แต่ปล่อยให้มันไม่เข้าใจอย่างนี้ต่อไปละมั้ง

หลังจากถามเพื่อนผู้ชาย ตอนนี้ก็หันไปถามเพื่อนผู้หญิงบ้าง

เค้าบอกเราว่าให้ดูระยะยาว ถ้ามีอะไรแปลกๆ ก็สันนิษฐานเลยว่า คงมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแล้วล่ะ

แต่นี่ก็ผ่านมาสองสามวันแล้ว ไม่มีอะไรที่แปลกไปเลยนับจากวันนั้น

ก็คงได้แต่บอกตัวเองอีกครั้งว่า

ธรรมชาติของผู้ชาย...สินะ

แล้วอีกคำถามที่ เค้ายิงไว้

ถามแปลกๆ อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นหรอ??

เราก็นิ่งไป

ไม่ใช่ว่าเราอยากให้มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยากให้มี

บางทีก็เหนื่อย บางทีก็เพลีย จนอยากมีใครข้างกายมาคอยเป็นกำลังใจให้

มันเลยเกิดความรู้สึกสับสนปนเปไประหว่างคำว่า อยาก กับ ไม่อยาก

อยาก มีใครข้างกาย

แต่ใจส่วนหนึ่งก็ไม่อยาก มีเธอข้างกาย เพราะยอมรับกับใจว่า คนที่อยู่ข้างใจตอนนี้ ไม่ใช่เธอ

คงได้แต่รอเวลา ว่าสักวันความสับสนทั้งหลายจะลงตัว

หวังว่า เธอจะเหมือนเดิม ถอยร่นระยะห่างที่อยู่ดีๆ ก็ขยับเข้ามาใกล้ออกไป ถอยตัวเองออกไป ถอยและอย่าทำให้คิด เอาธรรมชาติในตัวเธอกลับไป อย่าเอามาใส่ในตัวเรา แล้วเราก็จะเอาธรรมชาติของเรากลับมา ผูกมัดไว้กับตัวจนกว่าจะมีใครเข้ามา

ขออยู่ที่เดิมอย่างนี้ ขอกอดคนข้างใจไว้แบบนี้สักพัก

ขอรอคอยเวลา รอคอยทุกสิ่งทุกอย่าง

อยากมีคนข้างกายก็จริง แต่เพราะอยากให้คนข้างกายครั้งนี้ เป็นคนข้างกายที่จริงจังกว่าครั้งที่ผ่านมา ไม่อยากให้มาอยู่ข้างกันเพียงผ่านๆ

เพราะฉะนั้นก็คงได้แต่ขอเวลา ขอกอดตัวเองกับหัวใจตัวเองไปสักพักแบบนี้ จนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่เราพร้อมที่จะทำอะไรสักอย่าง

และก็ขออีกอย่าง ถ้าเธอจะย่นระยะเข้ามาใกล้แบบไม่จริงจัง ก็ย่นระยะกลับไป ถอยไปห่างๆ ขีดเส้นคำว่าเพื่อน ให้ชัด อย่าทำอะไรให้ต่างไปจากเดิม อยู่เฉยๆ อย่างนั้น อย่าเอาธรรมชาติของเธอมาตรงนี้

เพราะเราไม่อยากคิด ไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โต เพราะถ้าคิด เรื่องมันจะใหญ่โตเกินไป ไม่ใช่ใหญ่ภายนอก แต่มันใหญ่ภายในใจ

แล้วสุดท้ายคนที่จะเจ็บปวด ยามที่เธอ เอ่ยว่า มันคือธรรมชาติของเธอ ก็ไม่ใช่ใคร

ถ้าไม่ใช่เรา....

Comment

Comment:

Tweet

ผ้ชายเป็นสัตว์โลกมหัศจรรย์จริงๆ ธรรมชาติของเ้าทั้งหลายช่างแปลกประหลาด แล้วแม่งชอบมาพดว่าผ้หญิงเข้าใจยาก * !! เหอะ tongue

#1 By J ka K on 2012-05-04 23:43