...หรือมันถึงเวลา...

posted on 22 Feb 2013 00:40 by wejk95
และแล้วช่วงเวลานี้มันก็วนเวียนมาถึง ปีห้ากับวิทยานิพนธ์
เร็วมาก เหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นานกับช่วงเวลาที่เคยเจอพี่เขา...ตอนเขาอยู่ปีสามแล้วเราอยู่ปีสอง
เร็วเหลือเกินกับสองปีที่ผ่านมา แปบๆ พี่เขาก็ต้องลงมือทำวิทยานิพนธ์
ลงมือทำสิ่งที่เหนื่อยที่สุดในการใช้ชีวิตในคณะสถาปัตย์แห่งนี้
 
เราก็พยายาม พยายามที่จะบอกพี่เขา ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดให้พี่เขาฟัง ทั้งบอกทั้งย้ำว่า "มีอะไรให้หนูช่วยบอกได้นะ" "มีอะไรเรียกได้จะไปช่วยเลย"
เพราะเพียงแค่พี่บอก หนูก็พร้อมจะไปเสมอไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
 
แต่ไม่ว่าจะย้ำยังไง จะพร่ำบอกแค่ไหน พี่ก็พูดเพียงแต่ว่า อื้ม ขอบคุณนะ ได้เลย
เราก็ได้แต่รอแล้วรอเล่า...รอ...รอ...และรอ รอว่าสักวันเขาจะเอ่ยขอความช่วยเหลือ
รอว่าสักวันเขาจะรับรู้ความจริงใจที่ไม่ได้หวังอะไร
เพียงแค่อยากช่วย อยากช่วยเท่านั้นเอง
 
แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีคำเอ่ยขอ แม้ว่าเราจะบอกกี่ครั้งกี่หน ก็มีแต่คำว่า ขอบคุณ
เหมือนพี่เขาไม่เคยจะรับรู้อะไรเลย
 
แถมเพื่อนมาบอกเราว่า พี่เขาเหมือนจะทำไม่ทันแล้วหาคนช่วยทำอยู่ โดยจะใช้วิธีจ้างเอา เราสนใจมั้ย
บอกตามตรง ตอนนั้นมันรู้สึกวูบไปทั้งใจ หัวใจมันเจ็บไปหมด
ทำไมกัน...ไม่รับรู้เลยหรือไง ความรู้สึกทั้งหมดที่น้องสาวคนหนึ่งอยากช่วย
ทั้งๆ ที่บอกแล้ว ย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้หนูไปช่วยได้นะ ขอเพียงแค่บอก บอกมาตรงๆ ต่อให้ลำบากยังไงก็จะไป
แต่เขาไม่เคยรับรู้เลย ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกนี้เลย
 
และแม้เราจะรู้ดีว่าเราไม่มีสิทธิ์ แต่หัวใจทั้งดวงมันก็เผลอน้อยใจจนเอาไปคิดมากอย่างน่าละอาย
มันร้าว มันเสียใจ มันพูดอะไรไม่ออก
และที่สำคัญความรู้สึกงอนมันล้นหัวใจ
ดังนั้นเมื่อพี่ผู้หญิงที่สนิทคนหนึ่งเอ่ยปากเรียกเราให้ไปช่วย เราจึงตอบตกลงไปทันที
 
แต่พอเวลาเข้าใกล้ ใกล้เวลาส่งทุกที ข้อความจากพี่ก็ส่งผ่านมาทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค
ถาม...ว่าเราว่างมั้ย อยากให้เข้าไปช่วย
ตอนนั้นความดีใจมันล้นไปทั้งอก ดีใจที่ในที่สุดเขาก็ตอบรับความจริงใจนี้เสียที ความจริงใจที่เราไม่เคยหวังผลอะไร เพียงแค่อยากช่วยเท่านั้นเอง
 
แต่เราจะทำยังไง? ในเมื่อเราตกลงที่จะช่วยพี่อีกคนหนึ่งไปแล้ว
เวลาหลังจากนี้ก็มีเพียงแค่สามวัน
ตั้งใจจะพักหนึ่งวันเพราะเราก็เพิ่งส่งโปรเจคเสร็จมา
สุดท้ายเราก็ตัดวันพักทิ้ง
....ในเมื่อพี่ทำงานไม่ทัน...
เอาเถอะพี่เขาอุตส่าห์เอ่ยปากขอร้อง
 
มันไม่เป็นไรหรอก...มันไม่เหนื่อยขนาดนั้นหรอก
ไปช่วยพี่เขาหนึ่งวัน ช่วยพี่อีกคนอีกหนึ่งวัน แล้วอีกหนึ่งวันที่เหลือก็ดูแล้วกันว่าใครทำไม่ทันมากกว่ากันก็ไปช่วยคนนั้น
แล้วเราค่อยกลับมาพักวันศุกร์ทีเดียว ยาวๆ ไหวน่า แค่นี้เอง
พร่ำบอกกับตัวเองตลอดเวลา
 
แต่ว่าร่างกายมันไม่ทำตามหัวใจ...ใจโบยบินไปถึงมหา'ลัยแล้ว แต่กายทรุดอยู่ที่บ้าน
มันล้า มันอ่อนแรง แล้วสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนอนซมอยู่บ้านทั้งวัน
แถมยังลามไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ
 
เวลาที่เหลือเพียงแค่วันพฤหัสวันเดียวเราจะทำอะไรได้...เราจะทำยังไงดี เราจะไปช่วยใคร 
และสุดท้ายทิฐิก็ชนะทุกสิ่งทุกอย่าง
เพราะพี่อีกคนเอ่ยปากขอให้ช่วยก่อน เพราะพี่อีกคนดูท่าจะทำไม่ทันกว่า
แม้ใจเราอยากจะไปช่วยทางนั้นแค่ไหน สุดท้ายเราก็หันมาช่วยพี่ผู้หญิง...
 
แล้วแม้ว่าวันนี้จะเจอหน้าพี่เขาหลายครั้ง แต่ความรู้สึกเจ็บปวดในใจ ความรู้สึกผิดที่เราตกปากรับคำกับเขาทำให้เราไม่กล้าจะเอ่ยปากทักเลยแม้แต่น้อย
แม้มือจะยกขึ้นเหมือนจะทักพี่เขาก็ยกได้แค่นิดเดียว ปากมันแข็งไปหมด
สุดท้าย...วันนี้ก็จบลงด้วยการเหนื่อยสายตัวแทบขาด
เหนื่อยกาย....เพราะช่วยพี่จนหมดแรง
เหนื่อยใจ....เพราะความรู้สึกมันปั่นป่วนไปหมด
เราจะทำยังไงดี ไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรดี ไม่รู้ว่าจะบอกอะไรยังไงดี
 
รู้ว่าตัวเองคิดมาก รู้ดี แต่ว่าจะให้ทำยังไง
คิดมากจนบางทีก็คิดว่า ปล่อยแบบนี้ไปเถอะ
 
ปล่อยให้พี่เขาคิดว่าเราเป็นผู้หญิงแย่ๆ ที่แม้แต่คำสัญญาก็รักษาไม่ได้
เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เอ่ยปากสัญญาแต่ไม่ทำตาม
เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ดีแต่ปาก
ปล่อยให้พี่เขาคิดแบบนั้นไปก็ดี
เผื่อมันจะทำให้เราตัดใจได้เร็วขึ้น
 
มันแย่ กับการสารภาพความรู้สึกสองครั้ง แล้วก็ถูกปฏฺิเสธสองครั้ง
หรือว่าบางทีมันถึงเวลาแล้ว?? ที่เราจะต้องปล่อยแก้วที่มันร้าวในมือนี้ทิ้งไป
แก้วร้าวๆ ที่ไม่ว่าจะฝืนถือไปไกลแค่ไหนก็ไม่มีวันเติมน้ำเต็ม ยิ่งเติมเข้าไปเท่าไรมันก็ยิ่งรั่วออกมาเท่านั้น
แก้วที่รู้วิธีซ่อม....แต่แก้วไม่ยอมให้ซ่อม
แก้วที่อาจจะมีคนที่ซ่อมได้ดีกว่าเรารออยู่
หรือจริงๆ มันถึงเวลาแล้วใช่มั้ยที่เราจะปล่อยแก้วร้าวๆ นี้ไป
จะถือไว้ทำไมให้มันเจ็บมือ จะถือมันไว้ทำไมในเมื่อแก้วก็ไม่เคยสนใจว่าเราจะซ่อมมันหรือเปล่า
 
ลืมเถอะนะ,,,ลืมเถอะ
มันคงถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่จะลืม
เพราะจากนี้,,,วันเวลาต่อจากนี้ คงหมดเวลาแล้วสำหรับการคร่ำครวญ
หมดเวลาแล้วสำหรับคนถือแก้วกับแก้วร้าวๆ
ในเมื่อแก้วร้าวๆ ใบนั้นกำลังก้าวเดินไปสู่ทางที่ดี กำลังก้าวไปสู่อนาคต กำลังออกจากร้านขายแก้วไปสู่หนทางข้างหน้า
ในเมื่อต่อจากนี้ น้องปีสี่คนนี้กำลังจะเป็นพี่ปีห้า และพี่ปีห้าคนนั้นก็กำลังจะเป็นผู้ใหญ่
ไม่มีเวลาหรือที่ว่างให้เราได้หลอกตัวเองอีกแล้ว
ไม่มีที่ว่างสำหรับเราอีกแล้ว ในเมื่อที่ๆ เรากำลังยืนกำลังจะเป็นคนละที่กัน
คงไม่มีอีกแล้ว วันเวลาที่เราจะได้ยิ้ม,,,เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มเขา
มันคงไม่มีอีกแล้ว
ในเมื่อเขากำลังจะจากสถานที่แห่งนี้ไป
 
การ์ตูนเรื่องโปรดเรื่องหนึ่งเคยพูดไว้ว่า
"มันไม่แปลกที่เธอจะรักเขาต่อไป แต่การรักเขาข้างเดียวนานๆ มันไม่ใช่คนเก่งนะ"
 
ใช่...บางทีมันคงถึงเวลาแล้วนะ
ที่เราจะเป็นคนเก่ง
ก้าวเดินออกจากภาพเลือนลางแบบนี้เสียที
 
ขอให้พี่โชคดี น้องสาวคนนี้จะยืนมองพี่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ ยิ้มส่งพี่ให้ไปสู่อนาคตที่สดใส
ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา รอยยิ้มของพี่สวยทุกครั้งที่หนูเงยหน้าไปเจอ
และความขี้เล่นของพี่ก็น่ารักเสมอมา
ขอบคุณนะคะ
จากนี้พี่ก็จะเรียนจบแล้ว พี่จะออกจากสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว
หนูคงจะเหงาที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มของพี่อีก
แต่หนูจะทน หนูต้องทน มันหมดเวลาคร่ำครวญแล้ว ความเป็นผู้ใหญ่มันค้ำคออยู่ มันหมดเวลาแล้วสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งที่จะเอาแต่คร่ำครวญพร่ำหาคนที่ไม่สนใจกัน
ขอโทษถ้าที่ผ่านมาหนูเอาแต่ใจและดื้อดึงกับความรู้สึกเหล่านี้
ขอโทษจริงๆ
 
แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา สองปีที่ทำงานร่วมกันมา เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก มันอาจจะรวดร้าว แต่หนูมีความสุขมากจริงๆ ขอบคุณนะคะ
 
ขอให้พี่โชคดี...

Comment

Comment:

Tweet

แก ! เค้าว่านะ ไอ้ทั้งหมดเนี่ย แกคิดมาก พี่เค้าไม่คิดขนาดนั้นหรอก ส่วนความรู้สึกของแก ที่แกบอกว่าจะลืมมันไป เค้ายังยืนยันนะ ว่า มันยาก มันฝืนธรรมชาติ เราไม่มีทางลืมใครคนนึงที่ทำให้เรารักได้จนกว่าจะเจออีกคนที่ทำให้เรารู้ว่าความรู้สึกที่ผ่านมามันไม่ใช่ ถึงการรักใครคนนึงไปเรื่อยๆจะไม่ใช่การเป็นคนเก่ง แต่เราเรียนอยู่ที่จะอยู่แบบคนไม่เก่งได้อย่างไม่เจ็บปวดนะแก เค้ายังคงอยู่ข้างแกเสมอ วอโทษที่หายหน้าหายตาไป งานเยอะมาก สอบด้วย หลังจากมีนาจะว่างมากคงได้เจอกันสะที

ปล. เค้าเรียนไม่เก่ง ทำกับข้าวไม่เก่ง ขับรถไม่เก่ง ใช้เทคโนโลยีไม่เก่ง และ เค้าไม่ใช่คนเก่ง แต่เค้า มีแก และ ครอบครัว มีความฝัน มีเพื่อนคนอื่นๆ จนทำให้เค้ารู้สึกว่า \\\\\\\'ไม่เก่ง ไม่เห็นเป็นไร\\\\\\\' :)

#1 By เค้าเอง (103.7.57.18|27.55.11.236) on 2013-02-22 01:53